จำหน่ายแอร์แบค ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ความสำคัญของแอร์แบค

แอร์แบค

ถุงลมนิรภัย หรือ แอร์แบค (AIR BIG) เป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นและสำคัญสำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน จุดที่ตั้งถุงลมนิรภัยในรถยนต์ จะสังเกตุเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษติดเอาไวว่า  SRA (Supp lemental Restrint System )   ถุงลมนิรภัยมีการออกแบบมาเพื่อเวลาที่รถเกิดอุบัติเหตุ  ถุงลมจะช่วยลดแรงกระแทก  บริเวณศรีษะและหน้าอก ไม่ให้รุนแรงเกิดอุบัติเหตุจนถึงเสียชีวิต  ถุงลมนิรภัยจะตั้งไว้ในหลายจุดของรถ  และมีหลายรูปแบบ  อาทิเช่น  ถุงลมด้านหน้า (Front Airvag)  จะติดตั้งอยู่บนโครงหน้าด้านขวาและซ้าย ซึ่งปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะติดตั้งไว้อยู่แล้ว เพื่อช่วยป้องกันคนขับรถ และคนที่นั่งข้างคนขับ  เมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า  ถุงลมจะพองตัว เข็มขัดนิรภัยจะดึงร่างกายส่วนล่างและส่วนบน  ถุงลมจะช่วยรองรับหน้าอกและศรีษะ  ไม่ให้กระทบกระเทือนมากเกินไป

ถุงลมด้านข้าง (Side Airbag)  อาจจะติดตั้งอยู่ที่แผงประตูหรือที่ตัวเบาะนั่ง ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต  ตัวเซนเซอร์จะมีลักษณะเหมือนกับถุงลมนิรภัยด้านหน้า  ปัจจุบันถุงลมนิรภัยด้านข้างก็มีความสำคัญ  นิยมติดตั้งเอาไว้เพื่อป้องกันการกระแทกตรงส่วนครึ่งกลาง และด้านล่างของร่างกาย

ม่านถุงลม (Curtain Airbag)  ชวยป้องันไม่ให้หน้าและศรีษะไปกระแทกกับปรงปะทะ หากเกิดการชนจากด้่นข้างในระดับปานกลางถึงรุนแรง  ถุงลมแบบถุงม่านจะพองตัวออกมา พร้อมการดึงของเข็มขัดนิรภัย รถที่ติดตั้งม่านถุงลมมักจะเป็นรถที่มีราคาแพง

ถุงลมป้องกันเข่าและขา (knee Airbag) จะซ่อนอยู่ใต้คอนโซลด้านผู้ที่ขับขี่บริเวณหัวเข่า  ช่วยป้องกันขาและหัวเข่า  ไม่ให้ไปชนกับคอลโซล ด้านล่างใต้หพวงมาลัย  รวมทั้งสะโพกและเข่า

ถุงลมที่พิ้นใต้เท้า ((Carpet Airbag)  จะช่วยผ่อนแรงบริเวณเท้าที่จะไปกระแทกกับพื้น และพื้นผนังกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องเครื่องให้เบาลง  โดยใช้เครื่องเซนเซอร์เดียวกับถุงลมนิรภัยด้านหน้า  แต่ถุงลมชนิดนี้ยังไม่ค่อยนิยมใช้กันเท่าไร  หลักการทำงานของถุงลมนิรภัยนั้นจะตัวเซนเซอร์ตรวจจับการชนการกระแทก  ที่รุนแรงเกินกว่าที่กำหนด  โดยจะพองตัวด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง  การพวงตัวเกิดจากสารเคมีโซเดียมเอไซต์ (Sodium Azide)  ซึ่งจะเกิดปฏิกริยาสลายตัวกลายเป็นโลหะโซเดียมและแก๊สไนดตรเจน  เมื่อได้รับความร้อนจากการตรวจจับการชนแล้วจะสร้างแก๊สไนดตรเจนขึ้นมา  แก๊สนั้นจะไหลไปประจุในถุงลมนิรภัยที่พับอยู่ให้พองตัวขึ้นมา ซึ่งแก๊สไนโตรเจนมีคุณสมบัติเป็นแก๊สเฉื่อยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์  โดยที่ปฎิกริยาที่เกิดขึ้นใช้เวลาเพียง 0.04 วินาที หลังจากที่ถุงลมนิรภัยเกิดการพองตัว  ก็จะยุบตัวลงอย่างรวดเร็วมาก เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าจมค้างไว้  เพราะจะทำให้หายใจไม่ออก และมองไม่เห็นเส้นทาง  ซึ่งจะเป็นอันตรายมากกว่าเดิม























ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น