วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ความรู้ทั่วไป
ไขข้องใจ ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรือไม่ ? ถ้าเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้รถใช้ถนน เราทุกคนจะต้องมีสติ ไม่ประมาททุกครั้งในการใช้รถบนท้องถนน แต่บางครั้งความรู้ความเข้าใจต่างๆก็ได้รับมาไม่เท่ากัน สำหรับเกร็ดความรู้ เราจะมานำเสนอคือเรื่อง ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรือไม่ถ้าเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ?
ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรอไม่ถ้าเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ?
ถุงลมนิรภัย เป็นระบบป้องกันให้ผู้ขับขี่ลดความรุนแรง จากการถูกกระแทกในขณะที่รถประสบอุบติเหตุ แต่หลายครั้งทีเรามักได้ยินข่าวการเสียชีวิตจากถุงลมนิรภัย ซึ่งมีหลายสาเหตุแต่หลักๆคือผู้โดยสารและคนขับไม่คาดเข็มขัดนิรภัย กระเด็นหลุดจากเบาะอย่างไริทิศทางแลวมาแระกระแทกจากถุงลมที่ระเบิดออกมาส่งผลให้เกิดอันตรายถึงชีวิต
การเสียชีวิตจากการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วกระแทกกับถุงลมนิรภัย ด้วยการเกิดผู้เสียชีวิตในลุักษณะ ปะทะบวกกับถุงลมนิรภัยทำให้ทางผู้ผลิตออกแบบระบบถุงลมนิรภัยแบบใหม่ขึ้นมานั่นคือ ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงานถ้าไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งการที่ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรือไม่นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อ Sensor ที่ถูกติดตั้งไว้บริเวณต่างๆของตัวรถถูกแรงกระแทกที่มีความรุนแรงที่น้อยเช่นขับรถชนกันเบาๆ
Sensor ก็จะไม่สั่งการทำให้ถุงลมนิรภัยทำงาน
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ความสำคัญของแอร์แบค
แอร์แบค
ถุงลมนิรภัย หรือ แอร์แบค (AIR BIG) เป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นและสำคัญสำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน จุดที่ตั้งถุงลมนิรภัยในรถยนต์ จะสังเกตุเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษติดเอาไวว่า SRA (Supp lemental Restrint System ) ถุงลมนิรภัยมีการออกแบบมาเพื่อเวลาที่รถเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมจะช่วยลดแรงกระแทก บริเวณศรีษะและหน้าอก ไม่ให้รุนแรงเกิดอุบัติเหตุจนถึงเสียชีวิต ถุงลมนิรภัยจะตั้งไว้ในหลายจุดของรถ และมีหลายรูปแบบ อาทิเช่น ถุงลมด้านหน้า (Front Airvag) จะติดตั้งอยู่บนโครงหน้าด้านขวาและซ้าย ซึ่งปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะติดตั้งไว้อยู่แล้ว เพื่อช่วยป้องกันคนขับรถ และคนที่นั่งข้างคนขับ เมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า ถุงลมจะพองตัว เข็มขัดนิรภัยจะดึงร่างกายส่วนล่างและส่วนบน ถุงลมจะช่วยรองรับหน้าอกและศรีษะ ไม่ให้กระทบกระเทือนมากเกินไป
ถุงลมด้านข้าง (Side Airbag) อาจจะติดตั้งอยู่ที่แผงประตูหรือที่ตัวเบาะนั่ง ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต ตัวเซนเซอร์จะมีลักษณะเหมือนกับถุงลมนิรภัยด้านหน้า ปัจจุบันถุงลมนิรภัยด้านข้างก็มีความสำคัญ นิยมติดตั้งเอาไว้เพื่อป้องกันการกระแทกตรงส่วนครึ่งกลาง และด้านล่างของร่างกาย
ม่านถุงลม (Curtain Airbag) ชวยป้องันไม่ให้หน้าและศรีษะไปกระแทกกับปรงปะทะ หากเกิดการชนจากด้่นข้างในระดับปานกลางถึงรุนแรง ถุงลมแบบถุงม่านจะพองตัวออกมา พร้อมการดึงของเข็มขัดนิรภัย รถที่ติดตั้งม่านถุงลมมักจะเป็นรถที่มีราคาแพง
ถุงลมป้องกันเข่าและขา (knee Airbag) จะซ่อนอยู่ใต้คอนโซลด้านผู้ที่ขับขี่บริเวณหัวเข่า ช่วยป้องกันขาและหัวเข่า ไม่ให้ไปชนกับคอลโซล ด้านล่างใต้หพวงมาลัย รวมทั้งสะโพกและเข่า
ถุงลมที่พิ้นใต้เท้า ((Carpet Airbag) จะช่วยผ่อนแรงบริเวณเท้าที่จะไปกระแทกกับพื้น และพื้นผนังกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องเครื่องให้เบาลง โดยใช้เครื่องเซนเซอร์เดียวกับถุงลมนิรภัยด้านหน้า แต่ถุงลมชนิดนี้ยังไม่ค่อยนิยมใช้กันเท่าไร หลักการทำงานของถุงลมนิรภัยนั้นจะตัวเซนเซอร์ตรวจจับการชนการกระแทก ที่รุนแรงเกินกว่าที่กำหนด โดยจะพองตัวด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การพวงตัวเกิดจากสารเคมีโซเดียมเอไซต์ (Sodium Azide) ซึ่งจะเกิดปฏิกริยาสลายตัวกลายเป็นโลหะโซเดียมและแก๊สไนดตรเจน เมื่อได้รับความร้อนจากการตรวจจับการชนแล้วจะสร้างแก๊สไนดตรเจนขึ้นมา แก๊สนั้นจะไหลไปประจุในถุงลมนิรภัยที่พับอยู่ให้พองตัวขึ้นมา ซึ่งแก๊สไนโตรเจนมีคุณสมบัติเป็นแก๊สเฉื่อยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ โดยที่ปฎิกริยาที่เกิดขึ้นใช้เวลาเพียง 0.04 วินาที หลังจากที่ถุงลมนิรภัยเกิดการพองตัว ก็จะยุบตัวลงอย่างรวดเร็วมาก เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าจมค้างไว้ เพราะจะทำให้หายใจไม่ออก และมองไม่เห็นเส้นทาง ซึ่งจะเป็นอันตรายมากกว่าเดิม
วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560
การทำานของแอร์แบค
ถุงลมนิรภัย(SRS-Supplemental Restrint System)
เป็นอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัย ที่ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการปกป้องบริเวณศรีษะแลหน้าอก แต่ะจะมีประสิทธิภาพที่สูงมากขึ้นถ่ามีการปกป้องโดยการใช่เข็มขัดนิรภัยคู่กัน เพราะถ้าผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงอย่างกระทันหัน เข็มขัดนั้นก็จะรัดลำตัวของเราเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เราโดนกระแทกในส่วนของหน้าอกและศรีษะ เพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากพวงมาลัยได้ เพราะการชนที่รุนแรง รถอาจเกิดการยุบตัว พวงมาลัยจึงอาจจะเข้ามากระแทกหน้าอกเราได้ เพราะสาเหตุนี้เองจึงได้มีการนำถุงลมนิรภัยเข้มามีบทบาทมาป้องกันตรงจุดนี้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตนั่นเอง
การทำงานของถุงลมนิรภัย จะประกอบไปด้วยเข็มจุดระเบิดและลูกบอลเหล็กที่อยู่ในทรงกระบอก ซึ่งปกติล้อพระจันทร์จะดันเข็มที่จุดระเบิดไว้ แต่ถ้ารถเกิดการชนอย่างรุนแรง ลูกบอลซึ่งมีมวลและความเฉื่อยที่มากยังคงไม่หยุดเหมือนรถ แต่กลับเคลื่อนที่ไปข้างหน้า จนดันแขนให้เปิดออก ทำให้ล้อพระจันทร์เปิดออกมาเหมือนกัน สปริงที่อยู่ในเข็มจุดตัวระเบิดจะดีดให้เข็มไปกดปุ่มระเบิดอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ถุงลมทำงานอย่างรวดเร็วเหมือนกัน แต่ปกติแล้วการทำงานของถุงลม (SRS) จะไม่ทำงาน ถ้ารถมีการเคลื่อนตัวที่มีความเร็วต่ำ
ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่รถของเราจะมีถุงลมนิรภัย แต่ที่สำคัญมากไปกว่านี้คือ การขับรถอย่างมีสติ อย่าประมาท อย่าใจร้อน เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอกับผู้ที่ไม่ระมัดระวัง
ถุงลมนิรภัย
ปัจจุบันนี้รถเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน ที่เราและท่านได้ใช้กันอยู่เป็นประจำก็ว่าได้ ดังนั้นการขับขี่จึงเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง ไม่อยู่ในความประมาท แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุล่ะ เราควรต้องมีสติและตั้งสติไว้ก่อน การขับรถสิ่งที่ท่านต้องรู้จักเกี่ยวกับรถที่ท่านขับอยู่ เราอยากขอแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เรียกว่า " แอร์แบค " หรือจะเรียกอีกย่างนึงว่า "ถุงลมนิรภัย" นั่นเอง โดยปกติแล้วเราจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าตาของมันหรอก เพราะมันถูกเก็บซ่อนไว้อยู่ในพวงมาลัยเป็นอย่างดี มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการชนอย่างรุนแรง โดยจะมีถุงลมออกมา มันจะพองตัวขึ้นเพื่อรับหน้าของท่านไว้ เพื่อไม่ให้หน้าของท่านได้รับแรงกระแทกจากพวงมาลัย หรือหน้าปัด แต่ทางที่ดีที่เราป้องหันได้ เราควรขับรถด้วยความไม่ประมาทจะดีกว่า
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
